ตรวจภูมิแพ้อาหาร 222 ชนิด

Food Allergy Test 222 Foods (IgG / IgG4)

การตรวจภูมิแพ้อาหาร 222 ชนิด เป็นการตรวจเลือด เพื่อประเมินการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ต่ออาหารหลากหลายชนิด ที่บริโภคในชีวิตประจำวัน โดยส่วนใหญ่ เป็นการตรวจในกลุ่ม IgG หรือ IgG4 ซึ่งช่วยค้นหาสาเหตุของอาการแพ้อาหาร แบบไม่ฉับพลัน หรือที่เรียกว่า ภูมิแพ้อาหารแฝง (Food Intolerance / Delayed Food Sensitivity)

การตรวจนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรัง หาสาเหตุไม่เจอ และต้องการปรับอาหารให้เหมาะกับร่างกายอย่างแท้จริง

ติดต่อสอบถามฟรี

ติดต่อสอบถามฟรี

ภูมิแพ้อาหารแฝง คืออะไร

ภูมิแพ้อาหารแฝง คือการตอบสนองของร่างกายต่ออาหารบางชนิดที่ ไม่แสดงอาการทันที หลังรับประทาน อาการอาจเกิดขึ้นหลังจากนั้นหลายชั่วโมง หรือหลายวัน ทำให้หลายคนไม่ทราบว่า อาหารใดเป็นสาเหตุ

อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้อง
  • ท้องเสีย หรือท้องผูกเรื้อรัง
  • สิว ผื่น คัน ผิวอักเสบ
  • ปวดศีรษะ ไมเกรน
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
  • น้ำหนักขึ้นง่าย ลดน้ำหนักยาก
  • สมาธิลดลง สมองล้า

การตรวจภูมิแพ้อาหาร 222 ชนิด ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจครอบคลุมอาหารมากถึง 222 ชนิด จากหลากหลายกลุ่มอาหาร เช่น

กลุ่มอาหารหลัก

  • ข้าว แป้ง ธัญพืช
  • เนื้อสัตว์ต่างๆ
  • ปลา และอาหารทะเล
  • นม และผลิตภัณฑ์จากนม
  • ไข่

กลุ่มถั่ว เมล็ดพืช

  • ถั่วเปลือกแข็ง
  • ถั่วเมล็ดแห้ง
  • เมล็ดพืชชนิดต่างๆ

ผัก ผลไม้ สมุนไพร

  • ผักใบเขียว
  • ผักหัว
  • ผลไม้หลากหลายชนิด
  • สมุนไพร และเครื่องเทศ

การตรวจอาหารจำนวนมาก ช่วยให้เห็นภาพรวมของอาหาร ที่ร่างกายอาจตอบสนองผิดปกติได้อย่างละเอียด

ใครบ้างที่เหมาะกับการตรวจภูมิแพ้อาหาร 222 ชนิด

  • ผู้ที่มีอาการทางระบบทางเดินอาหารเรื้อรัง
  • ผู้ที่เป็นสิว ผื่น หรือผิวอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ผู้ที่รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย สมองล้า
  • ผู้ที่ลดน้ำหนักยาก แม้ควบคุมอาหาร
  • ผู้ที่ต้องการปรับโภชนาการเฉพาะบุคคล
  • ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Health)

ประโยชน์ของการตรวจภูมิแพ้อาหาร 222 ชนิด

  • ช่วยระบุอาหารที่ร่างกายไม่เหมาะสมอย่างละเอียด
  • ลดการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย
  • ปรับอาหารได้ตรงจุด ไม่งดแบบสุ่ม
  • ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น
  • เสริมคุณภาพชีวิต และสุขภาพระยะยาว

ขั้นตอนการตรวจภูมิแพ้อาหาร

  1. ซักประวัติอาการ และพฤติกรรมการกิน
  2. เจาะเลือด เพื่อตรวจ IgG / IgG4
  3. วิเคราะห์ผลจากห้องปฏิบัติการ
  4. รับผลตรวจ และคำแนะนำ การปรับอาหารจากแพทย์